ลักษณะเด่นของตู้เซฟหรือตู้นิรภัย

ปัจจุบันตู้เซฟได้รับการออกแบบมาอย่างแข็งแรงแน่นหนา พลเมืองร้ายที่คิดจะงัดแงะตู้นิรภัยอาจต้องล้มเลิกความคิดถ้าได้รู้ว่า   ค้อน   ระเบิด สว่านไฟฟ้าปลายเพชร หรือปืนที่ใช้ความร้อนสูงละลายหินหรือคอนกรีต ก็ไม่อาจเปิดตู้นิรภัยได้         ตัวตู้นิรภัยจะเป็นชั้นเหล็กหนาถึง ๔ ๓ ๔ นิ้ว ๑๒๐ มม. ระหว่างชั้นเหล็กมีไส้เป็นสารจำพวกกระเบื้องหรือคอนกรีตพิเศษเพื่อทำลายคมสว่าน นอกจากนี้อาจจะมีวัสดุกันไฟหุ้มอยู่อย่างหนาแน่นแถมด้วยลวดเหล็กคาร์บอนเสริมความแข็งแรงอีกที  ประตูตู้นิรภัยจะมีสลักเหล็กแข็งแรงจำนวนมากเลื่อนเข้าไปในขอบกรอบประตูทั้งสี่ด้าน และจะมีด้ามอันหนึ่งใช้สำหรับเลื่อนกลอนเหล่านี้เข้าออกได้เรียกว่า ด้ามหมุน ด้ามนี้จะหมุนได้ก็ต่อเมื่อไขกุญแจเปิดประตูแล้วเท่านั้น

ตู้เซฟบางตู้ยังมีกลไกที่ทำให้ตัวกลอนหลุดแยกออกจากด้ามหมุนด้วยเมื่อล็อกประตูแล้ว   ตู้นิรภัยหลายตู้จะมีเครื่องมือป้องกันระเบิด หรือ AED anti-explosive devices ด้วย ถ้ามีใครพยายามจะระเบิดประตูตู้ เครื่องมือนี้จะทำให้กลอนค้างอยู่ในตำแหน่งล็อก ทำให้ไม่สามารถเลื่อนเปิดประตูได้

วิธีล็อกตู้เซฟโดยทั่วไปจะใช้กลอนรหัสมากกว่ากลอนกุญแจตามธรรมดา เพราะกุญแจนั้นปลอมกันได้ และแม่กุญแจก็ยังสะเดาะได้ง่ายกว่าอีกด้วย   ยิ่งไปกว่านั้นรูกุญแจยังเป็นช่องอันเหมาะสมสำหรับยัดดินปืนเพื่อระเบิดประตูตู้นิรภัย ตู้นิรภัยบางตู้จึงมีทั้งกลอนธรรมดาและกลอนรหัสตัวเลข  กลอนของตู้นิรภัยส่วนใหญ่เป็นแบบรหัสตัวเลขที่มีล้อ ๔ ล้อแต่ละล้อจะมีเลขอยู่ ๑๐๐ ตัว เมื่อเรียงเลขได้ถูกทั้ง   ๔ ล้อ   ร่องของแต่ละล้อจะเรียงกันเป็นทางให้สลักเลื่อนออกได้ เจ้าของตู้สามารถเปลี่ยนเลขรหัสได้ตามใจชอบจากจำนวนที่เป็นไปได้ถึง๑๐๐ ล้านรหัส         พวกโจรปล้นตู้นิรภัยที่คิดจะเปิดตู้โดยใช้วิธีฟังเสียงเอาเห็นทีจะผิดหวัง   เพราะการฟังจับเสียงเลื่อนของล้อหมุนว่าลงร่องหรือไม่ จะทำได้สำเร็จก็ต่อเมื่อกลไกนั้นเสียดสีกันทำให้เกิดเสียง แต่ล็อกรหัสสมัยนี้สร้างมาอย่างดี   ชิ้นส่วนเข้ากันเหมาะเจาะจนไม่เกิดเสียงเวลาล้อเลื่อน         ตู้นิรภัยของธนาคารโดยมากจะมีกลอนรหัสที่เชื่อมต่ออยู่กับกลอนเวลา time lock การหมุนรหัสให้ถูกต้องเฉย ๆ จะยังเปิดตู้ไม่ได้   ต้องทำเฉพาะช่วงเวลาที่ตั้งไว้ตามกลอนเวลาเท่านั้น

Posted in สินค้าและบริการ | Tagged , | Comments Off on ลักษณะเด่นของตู้เซฟหรือตู้นิรภัย

เครื่องแสกนลายนิ้วมือมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ คือ  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีส่วนช่วยทำให้ธุรกิจและการบริหารจัดการนั้นง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ยังมีหลายคนที่ยังไม่ทราบถึงความสำคัญของเครื่องสแกนลายนิ้วมือ ดังนั้นในวันนี้จะขออธิบายถึงความสำคัญของเครื่องสแกนลายนิ้วมือ ที่มีบทบาทต่อธุรกิจ

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ เกิดจากการนำความรู้ในเรื่องของลายนิ้วมือ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เพราะลายนิ้วมือของมนุษย์ทุกคนนั้นไม่มีทางที่จะเหมือนกัน

หลายท่านสนใจที่จะใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ติดอยู่ตรงที่ยังไม่ทราบข้อมูลของเครื่องสแกนลายนิ้วมือ และยังไม่ทราบประโยชน์ที่แท้จริงของเครื่องสแกนลายนิ้วมือ จึงยังไม่มั่นใจว่าจะซื้อมาใช้ดีหรือไม่ และถ้าซื้อมาจะตอบสนองความต้องการ ในการใช้งานของเราได้หรือไม่ ดังนั้นวันนี้ก็เลยจะมาเขียนถึงประโยชน์ของเครื่องสแกนลายนิ้วมือให้ทุกท่านได้นำไปศึกษาก่อนตัดสินใจซื้อกันเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่ใช้เป็นเครื่องควบคุมประตู เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมการเปิด-ปิดประตูแบบอัตโนมัติ โดยจะทำการบันทึกข้อมูลลายนิ้วมือของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้า-ออก ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยให้กับสถานที่ที่ติดตั้ง ข้อดีคือไม่ต้องมีคนเฝ้าประตูกันไม่ให้คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในเพียงติดตั้งเครื่องควบคุมประตูที่ใช้การสแกนลายนิ้วมือ ก็จะทำให้เราสามารถป้องกันได้แล้วทั้งหมดนี้คือประโยชน์ของเครื่องสแกนลายนิ้วมือ และหากท่านกำลังตัดสินใจอยู่ หวังว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์ และคงจะช่วยให้ท่านตัดสินใจซื้อเครื่องสแกนลายนิ้วมือง่ายขึ้น และตรงกับความต้องการใช้งานของท่าน เพื่อความคุ้มค่าละประโยชน์สูงสุดในการใช้งานนั่นเอง

Posted in สินค้าและบริการ | Tagged | Comments Off on เครื่องแสกนลายนิ้วมือมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

ประกันรถยนต์

ประเทศไทยเริ่มมีบริษัทประกันมาราวครึ่งศตวรรษแล้ว และมีการควบคุมอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ ผ่านพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยปี 2535 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2551 ซึ่งมีการโยกย้ายอำนาจในการควบคุมดูแลไปยังกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ กฎหมายฉบับนี้ยังบังคับไม่ให้บริษัทประกันต่างประเทศเข้ามาเปิดการทำการ หรือเปิดสาขาในประเทศไทย ตามแต่เงื่อนไข นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. คือหน่วยงานอิสระที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 เพื่อแบ่งเบาภาระการควบคุมดูแลการบริษัทประกันจากกระทรวงนั่นเอง

ประกันรถยนต์

หลายๆ ท่านที่ขับรถยนต์มักจะคิดว่าการซื้อ “ประกันภัยรถยนต์” คือภาระทางการเงินเพิ่มเติม ที่ไม่ค่อยจะอยากเสียเท่าไหร่ แต่ทว่าการทำประกันภัยรถยนต์นั้น คือวิธีการจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าในอนาคตเราจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นหรือไม่ เช่นการถูกขโมยรถยน ถูกชน เป็นต้น เพราะในแต่ละครั้งที่ขับรถอาจจะเจออันตรายได้ทุกเมื่อ และไม่ว่าใครจะเป็นคนผิดก็ตาม การที่ไม่มีประกันคุ้มครองก็จะต้องจบลงด้วยการเสียเงินมากกว่าในการซ่อมแซมค่าเสียหายต่างๆ และหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น สิ่งที่ตามาคือค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายที่เกิดต่อรถของคุณ และรถคู่กรณี และอื่นๆ ความเสียหายต่อบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้จะถูกจัดการด้วย “ประกันรถยนต์” โดยบริษัทประกันจะจัดเก็บเบี้ยประกันจากคุณตามประเภทประกันรถยนต์ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น และมีการเคลม ประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์นั้นๆ

ส่วนในรถที่นิยมต่อการถูกขโมยบ่อย และเกิดการหายบ่อย ก็จะมีเบี้ยประกันที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้ารถของคุณมีระบบป้องกันการขโมยเพิ่มเติมที่แน่นหนามาก ก็อาจนำไปขอเป็นส่วนลดได้

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged | Comments Off on ประกันรถยนต์

รู้ก่อนวางแผนประกันชีวิต

ประกันชีวิตนั้นถือเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเรามั่นคงเพื่อที่จะวางแผนให้กับอนาคตของตัวเอง   และในปัจจุบันนี้ประกันชีวิตก็ไม่ได้มีราคาแพงเหมือนเมื่อก่อน

และมีตัวเลือกให้เราได้เลือกสรรมากมาย   เพื่อที่ได้จะเลือกที่จะเลือกทำประกันชีวิตให้เหมาะสมกับตัวของคุณ

502

  1. กำหนดค่าคุ้มครองที่คุณต้องการ

ควรที่จะคิดถึงความต้องการที่คุณจำเป็นจะต้องใช้ประกันชีวิตมากเท่าไหร่ มันดีเสมอถ้ามีความคุ้มครองที่ครอบคลุม แต่พิจารณาถึงข้อเสนอที่ดีและมีเหตุผล

ลองคิดถึงภาระหน้าที่และการเงินของตัวคุณ รวมไปถึงครอบครัวด้วย และควรทำกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ครอบคลุมเงินเดือนประจำปีของคุณเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี ถ้าคุณมีลูกที่ต้องส่งเสียเลี้ยงดู

  1. ตรวจเช็คสุขภาพของคุณให้ดีก่อนทำประกัน

เป็นสิ่งที่ดีที่เราควรที่จะตรวจเช็คร่างกายก่อนที่จะลงมือทำกรมธรรม์ประกันชีวิต เพราะถ้าคุณมีสุขภาพที่

ไม่ค่อยดีคุณอาจจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และอาจจะถูกริดรอนสิทธิอะไรได้ เช่นถูกลดดอกเบี้ยประกันเป็นต้น

  1. รู้จักการเปรียบเทียบ

เป็นวิธีที่เหมือนเป็นสิ่งสามัญที่สุดในการซื้ออะไรซักอย่างเช่น ซื้อรถ หรือ บ้าน การเปรียบเทียบประกันชีวิตของอีกที่กับอีกที่เป็นสิ่งที่ดี

เพราะเราจะได้หาบริษัทประกันที่เหมาะสมกับชีวิตของเราได้ อีกทั้งยังหาผลประโยชน์ที่ดีกว่าให้ชีวิตตัวเองได้อีกด้วย

  1. อ่านข้อตงลงและสัญญาให้ถี่ถ้วน

เพราะมันอาจจะมีการซ่อนค่าใช้จ่ายในการปรับขั้นอัตราดอกเบี้ยประกันภัยแฝงอยู่ โดยที่ทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน

  1. ตามให้ทันนโยบายของบริษัท

ต้องแน่ใจว่าผลประโยชน์และนโยบายของบริษัทประกันชีวิตนั้นๆ ยังตรงกับความต้องการของคุณรึเปล่า

มันไม่ผิดถ้าคุณจะซื้อประกันเพิ่ม เมื่อคุณซื้อรถหรือบ้านหลังใหม่ หรือคุณแต่งงาน แต่ควรที่จะใช้ประกันที่ครอบคลุมที่สุด

  1. อย่าพลาดในการชำระเงิน

ในทางที่ดีเราไม่ควรที่จะพลาดการชำระเงินค่าประกันเลยซักครั้งเพื่อประวัติที่ดี เพราะในบางครั้งการพลาดการชำระเงินเพียงครั้งเดียว

เพราะคุณอาจจะต้องเสียดอกเบี้ย ซึ่งมันไม่คุ้มค่า

  1. ทำประกันเมื่อคุณยังมีอายุที่ไม่มาก

ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตเมื่อคุณอายุน้อยกว่าและจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเมื่อไปทำประกันเมื่อมีอายุมากขึ้น และอาจจะต้องเสียเงินมากขึ้น

  1. ศึกษาข้อมูล

ถ้าคุณจ่ายเงินทุกๆเดือนให้กับบริษัทประกันแล้ว เราก็สามารถที่จะเข้าไปขอข้อมูลได้ ว่าคุณต้องการอะไรซึ่งมันจะทำให้คุณประเมินสถานการณ์ของคุณเองได้

ว่าคุณต้องการประกันแบบไหนเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของคุณ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทางประกันจะสามารถให้ข้อมูลต่างๆเหล่านี้กับคุณได้

ข้อควรรู้ ก่อนที่คุณจะเลือกทำประกันชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นอีกทางเลือกของการออม และยังได้การประกันที่ดูแลคุณตลอดชีวิต ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ

 

Posted in ธุรกิจ | Tagged | Comments Off on รู้ก่อนวางแผนประกันชีวิต

กลยุทธ์ในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ เพื่อประหยัดเงิน

หลายๆ คนที่ขับรถยนต์มักจะคิดว่าการซื้อ ประกันรถยนต์ คือภาระทางการเงินเพิ่มเติม ที่ไม่ค่อยจะอยากเสียเท่าไหร่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า จริงๆ มันคือวิธีการจัดการ ความเสี่ยง ได้ดี เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าในอนาคตเราจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นหรือไม่ หรืออาจจะมีคนขโมยรถ เป็นต้น การขับรถ คุณอาจจะเจออันตรายได้ทุกเมื่อ และไม่ว่าใครจะเป็นคนผิดก็ตาม การที่คุณไม่มีประกันคุ้มครองไว้ คุณอาจจะต้องจบลงด้วยการเสียเงินมากกว่าที่คุณในการซ่อมแซมค่าเสียหายต่างๆ เป็นต้น

ผู้เอาประกันควรคำนึงถึงความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของ บริษัทประกันภัยตัวแทน และบริษัทนายหน้าประกันภัยที่มีประวัติในการดำเนินธุรกิจที่ดีมีผลประกอบการที่ดี มีผู้ถือหุ้นที่มั่นคง และมีการบริการหลังการขายที่ดีฯลฯ เป็นหลักสำคัญในการเลือกซื้อ ผู้เอาประกันไม่ควรซื้อประกันภัย โดยดูจากค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด ทั้งนี้เพราะการประกันภัยที่เน้นค่าเบี้ยที่ถูก แต่ไม่สามารถเรียกร้องเคลมสินไหมได้ เหตุเพราะบริษัทประกันภัยประสบปัญหาทางการเงิน หรือมีความยากลำบากในการเรียกร้องเคลมสินไหม หรือนายหน้าที่ไม่มีบัตรประจำตัวนายหน้าที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากคปภ. อาจจะทำให้คุณได้รับกรมธรรม์ประกันภัยปลอม หรือถูกหลอกลวงเงิน หรือมีการไปยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยในภายหลังจากได้รับชำระเงินจากลูกค้า หรือไม่มีการบริการหลังการขาย เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันในการเรียกร้องเคลมสินไหม ซึ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่วัตถุประสงค์

หลักในการซื้อประกันภัย คือ มีไว้สำหรับแบ่งเบาความเสี่ยง และช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดจากการสูญเสีย ทรัพย์สิน หรือการเกิดอุบัติเหตุที่จะก่อให้เกิดความเสียหายสูงต่อชีมูลค่าวิต และทรัพย์สินได้แก่ บ้าน รถยนต์ การรักษาพยาบาล เป็นต้น ผู้เอาประกันควรตรวจดูวงเงินความคุ้มครองต่างๆ ให้แน่ใจว่าเหมาะสมตามที่ต้องการ และครอบคลุมสิทธิประโยชน์มากที่สุดในอัตราเบี้ยที่เท่ากันรวมถึงพิจารณาเลือกซื้อแผนประกันภัยให้ตรงกับความต้องการให้มากที่สุด เช่น หากไม่จำเป็นต้องซื้อประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 อาจเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 แบบประหยัด หรือประเภท 3 พิเศษ ที่ระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)ซึ่งแผนประกันดังกล่าวได้กำหนดทุนประกันและอัตราเบี้ยไว้ให้แล้วตามแต่อายุของรถยนต์ซึ่งจะสามารถประหยัด
เบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายไปได้

วิธีประหยัดค่าเบี้ยประกัน
วิธีประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ได้แก่ การระบุชื่อผู้ขับขี่ และการระบุค่าเสียหายส่วนแรก(Deductible) การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ จะทำให้ค่าเบี้ยมีส่วนลด 5-20% จากเบี้ยสุทธิ ขึ้นอยู่กับอายุของผู้ขับขี่ วิธีนี้เหมาะสมสำหรับรถยนต์ที่มีผู้ขับขี่ที่แน่นอนและไม่เกิน 2 คน กรณีผู้อื่นนำรถยนต์คันดังกล่าวไปขับขี่เกิดเหตุเป็นฝ่ายผิด ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายของรถคันเอาประกันตามจริงแต่ไม่เกิน6,000 บาท และรับผิดชอบค่าเสียหายต่อรถคู่กรณี 2,000 บาท ส่วนที่เกินตามจริงนั้นบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิด6,000 บาท และรับผิดชอบค่าเสียหายต่อรถคู่กรณี 2,000 บาท ส่วนที่เกินตามจริงนั้นบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบการระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ในกรมธรรม์ประกันภัยนั้น ผู้เอาประกันภัยสามารถกำหนดเองได้ ตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท ส่งผลให้สามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายตามจำนวนค่าเสียหายส่วนแรกเช่น ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 20,000 บาท หากระบุค่าเสียหายส่วนแรกเท่ากับ 4,000 บาท ค่าเบี้ยประกันภัยจะเหลือ 16,000 บาท เท่านั้น ซึ่งในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด หรือ การเคลมที่ไม่มีคู่กรณี ผู้เอาประกันภัยจะต้องชดเชยค่าเสียหายเองตามจริงแต่ไม่เกิน 4,000 บาท (ไม่เกิน Deductible ที่ระบุไว้เท่านั้น) โดยส่วนที่เกินบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีประวัติการขับขี่ที่ดี ไม่ค่อยเกิดเหตุเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีการเคลมที่ไม่มีคู่กรณี หรือไม่มีการเคลมเก็บสีเก็บรอย ก็จะสามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ทันที

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged | Comments Off on กลยุทธ์ในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ เพื่อประหยัดเงิน