สิทธิที่ได้รับหลังจากทำประกันรถยนต์ชั้น 1


สำหรับผู้ขับรถนั้นการทำประกันภัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยจะมีแยกย่อยด้วยกัน 2 ประเภท คือ ประเภทแรกไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ เป็นการคุ้มครองรถยนต์จากการใช้งาน กับอีกประเภทคือ ประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ ที่จะให้ความคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อรถยนต์ ในระหว่างที่ผู้ที่มีชื่อระบุในกรมธรรม์เป็นคนขับ โดยประกันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ ประกันรถยนต์ชั้น 1

การคุ้มครองของประกันรถยนต์ชั้น 1 มีดังนี้

1.ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อร่างกาย อนามัย และ ชีวิต รวมถึงบุคคลภายนอกรถยนต์คันเอาประกันภัย

2.ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน โดยที่บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบด้านค่าสินไหมทดแทน รับผิดชอบต่อความเสียหายทีเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

3.กรณีเกิดความเสียหาย สูญหาย หรือ ไฟไหม้ บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบด้านค่าสินไหมสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยคิดตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ต้องไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย

4.คุ้มครองที่รับผิดชอบตามเอกสารอนุสัญญา โดยจะมีการคุ้มครองความบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ขับรถ หรือ ผู้โดยสายของรถคันเอาประกันภัย โดยถ้าความบาดเจ็บดังกล่าวนั้นสร้างความสูญเสียของชีวิต อวัยวะ หรือ ทำให้เกิดความทุพพลภาพถาวร หรือชั่วคราว โดยจะให้ความคุ้มครองตามจำนวนจริงที่จ่ายไป แต่จะต้องไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์การประกันตัวผู้ขับขี่รถยนต์

5.ส่วนลดสูงสุดคือ 20% ให้แก่ผู้ขับขี่ที่มีช่วงอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป ในส่วนนี้มี 4 ระดับ โดยจัดระดับตามช่วงอายุ

6.ลดค่าความเสียหายส่วนแรก ส่วนนี้เป็นข้อตกลงระหว่างบริษัทประกัน และ ผู้เอาประกัน ในด้านค่าเสียหายส่วนแรกที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินบุคคลภายนอก และค่าความเสียหายส่วนแรกที่เกิดขึ้นต่อรถยนต์

7.ได้สิทธิรับส่วนลดเบี้ยประกันภัยกลุ่มได้ 10%

8.ส่วนลดของเบี้ยประกันภัยเมื่อประวัติไม่ด่างพร้อย คือไม่ได้เป็นฝ่ายผิดในอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา

โดยส่วนมากผู้ที่ทำประกันไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องของการเคลมประกันอุบัติเหตุกันมากนัก คิดเสียว่าเมื่อจ่ายเบี้ยประกันแล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็จะเคลมอย่างเดียวกลัวไม่คุ้ม ในความเป็นจริงแล้ววิธีนี้ทำให้เบี้ยประกันสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นควรศึกษาตามเงื่อนไขของบริษัทประกันให้ดี

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged | Comments Off

การพิจารณาเลือกบริษัทประกันภัยให้เหมาะกับความต้องการ

สำหรับผู้ใช้รถ ประกันภัยรถยนต์ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นลำดับแรกๆ เพราะประกันสามารถช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่ว่ากลับตัวเองหรือคู่กรณี รวมไปถึงบุคคลที่ 3 และทรัพย์สินด้วย เรียกได้ว่าประกันรถยนต์ช่วยให้ผู้ใช้รถอุ่นใจ สำหรับการเลือกประกันรถยนต์ให้เหมาะควรดูจากผู้ขับ ลักษณะการขับ และลักษณะของรถยนต์ด้วย

การพิจารณาเลือกบริษัทประกันภัย มีดังนี้

1.บริษัทประกันภัยรถยนต์ ในแต่ละบริษัทมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกนั้นควรดูจากความมั่นคงทางการเงินแล้วนำปัจจัยมาประเมิน โดยบริษัทประกันภัยที่ดีจะมีความมั่นคงทางการเงินที่ดี มีบริการหลังการขายที่ดี เวลาเกิดเหตุขึ้นจะไม่มีปัญหาด้านการจ่ายสินไหมทดแทน และดูแลลูกค้าได้ตลอดเวลา

2.แบบประกันภัยรถยนต์ มีหลากหลายแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น ประกันภัยชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 และปัจจุบันได้มีการเพิ่มประกันภัยสำหรับน้ำท่วมด้วย ยกตัวอย่างประกันชั้น 1 ที่เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการประกันภัยแบบเบ็ดเสร็จ สามารถวางใจให้บริษัทเป็นผู้ดูแลในทุกๆส่วน

3.ลักษณะการขับ หากเป็นคนขับที่มักเจออุบัติเหตุบ่อย หรือไม่มีความระมัดระวัง หรืออยากสบายใจด้วยการให้บริษัทประกันภัยดูแลทั้งหมด ดังนั้นประกันชั้น 1 จึงเหมาะสมที่สุด

4.ระบุผู้ขับ บริษัทประกันภัยมีส่วนลดให้กับการประกันภัยที่ระบุผู้ขับโดยจะแบ่งช่วงของอายุซึ่งจะมีส่วนลด โดยสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ไม่เกิน 2 คน และใช้เกณฑ์คนที่อายุน้อยเป็นหลักในการพิจารณา โดยที่แต่ละช่วงอายุจะมีอัตราส่วนลดแตกต่างกัน

5.ประวัติการขับ บริษัทประกันภัยจะให้ส่วนลดสำหรับการขับดีและไม่มีประวัติการเคลม โดยจะได้ส่วนลดแต่ละปีขึ้นเรื่อยๆ สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต่อปี

6.เบี้ยประกัน จะมีความแตกต่างกันในแต่ละบริษัท ถึงแม้จะคุ้มครองในแบบเดียวกันก็ตาม เนื่องจากความแตกต่างของตัวบริษัทประกันภัย การดูแล การเคลม จำนวนอู่รถที่ให้บริการ รวมถึงการบริการ ทำให้เบี้ยประกันมีราคาที่แตกต่างกัน

7.ความเสียหายส่วนแรก บริษัทประกันบางที่มีส่วนลดให้กับลูกค้า ซึ่งจะมีเบี้ยประกันที่ไม่แพง ขึ้นอยู่กับการตกลงกับทางบริษัท เป็นผลดีต่อลูกค้าที่มีประวัติดี

8.อู่รถหรือศูนย์บริการ ในแต่ละบริษัทมีศูนย์บริการนั้นเป็นพันธมิตร โดยมีคุณภาพที่ดีกว่าอู่ซ่อมทั่วไป และยังประหยัดเบี้ยประกันให้แก่ลูกค้าด้วย

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged | Comments Off

เมื่อซื้อรถแล้ว ควรเลือกประกันแบบไหนดี

เมื่อตัดสินใจซื้อรถ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงตามมาคือประกันภัย ที่มีมากมายหลายบริษัท ซึ่งการทำประกันภัยรถช่วยในการรักษาสภาพรถ โดยเฉพาะเวลาที่รถเกิดอุบัติเหตุ หรือสูญหาย ผู้ใช้รถจึงต้องคำนึงถึงการใช้งานและความเหมาะสมของแต่ละประเภท มีตั้งแต่ราคาประหยัด ไปจนถึงราคาสูงๆ  โดยประกันภัยรถจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ดังนี้

1.ประกันรถยนต์ภาคบังคับหรือเรียกสั้นๆ ว่า ประกัน พ.ร.บ. เป็นประกันที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำอยู่แล้ว

2.ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่ามีความต้องการจะทำแบบไหน โดยจะมีอยู่ 5 ประเภท

2.1 ประกันชั้น 1 เป็นประกันที่คุ้มครองในทุกด้าน เช่น คุ้มครองชีวิตและร่างกาย คุ้มครองทรัพย์สิน และให้ความคุ้มครองในกรณีรถสูญหายหรือไฟไหม้ ประกันประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการคุ้มครองมากที่สุด

2.2 ประกันชั้น 2 เป็นประกันที่คุ้มครองชีวิตและร่างกาย คุ้มครองทรัพย์สินจะคล้ายกับประกันชั้น 1 แต่ต่างตรงที่ไม่ได้คุ้มครองผู้ที่เอาประกัน โดยประกันประเภทนี้จะมีเบี้ยประกันที่ถูก

2.3 ประกันชั้น 3 เป็นประกันที่คุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้โดยสารในรถและบุคคลภายนอก และคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ประกันประเภทนี้ผู้ทำต้องรับผิดชอบตนเองทั้งหมด

2.4 ประกันชั้น 2 พิเศษ เป็นประกันที่คุ้มครองคล้ายกันกับประกันชั้นหนึ่ง คือ นอกจากจะรับผิดชอบกรณีรถยนต์สูญหายหรือไฟไหม้แล้ว ยังรับผิดชอบตัวรถยนต์คันที่เอาประกันด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นอุบัติเหตุที่เกิดกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น จึงทำให้เบี้ยประกันถูกกว่าแบบแรก และสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมตามความต้องการ

2.5 ประกันชั้น 3 พิเศษ คล้ายกับประกันชั้น 3 แต่คุ้มครองไปถึงรถคู่กรณีด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นอุบัติเหตุที่เกิดกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น จึงทำให้เบี้ยประกันถูกกว่าแบบแรก และสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมตามความต้องการ โดยมีค่าเบี้ยประกันที่ไม่แพง

สำหรับผู้ที่ออกรถมาใหม่ หรือเป็นมือใหม่หัดขับประกันภัยแบบแลกดูจะเหมาะสมที่สุด เพราะครอบคลุมในทุกส่วน แต่หากมีรายจ่ายไม่เพียงพอ อาจเลือกเป็นประกันแบบ 2 พิเศษ หรือ 3 พิเศษ ที่สามารถเลือกการคุ้มครองเพิ่มเติม และจ่ายเบี้ยประกันที่ไม่แพงได้ อย่างไรก็ตามควรต้องพิจารณาจากความต้องการของผู้ทำประกันว่าเหมาะสมกับแบบใดด้วย

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged | Comments Off

การจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่บริษัทประกันภัยตามอัตราความเสี่ยง

2989795183_4bb1168705
การทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์ไม่ว่า เป็นเก๋งส่วนบุคคล รถบรรทุก รถโดยสาร และรถจักรยานยนต์ ซึ่งได้แก่ ความสูญเสียหรือเสียหายที่เกิดแก่ รถยนต์ ได้แก่ ความเสียหาย บุบสลาย หรือสูญหายของตัวรถยนต์ นอกจากนี้ความสูญเสียหรือเสียหายที่รถยนต์ก่อให้เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รวมทั้งบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์นั้นด้วย โดยบริษัทหรือผู้รับประกันภัยจะออกหนังสือให้แก่ผู้เอาประกันภัย ซึ่งระบุว่าบริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อเกิดความเสียหาย ขึ้นตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ ขณะเดียวกันผู้เอาประกันภัยแต่ละรายก็จะต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่บริษัทประกันภัย ตามอัตราความเสี่ยงของตน เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จนบางครั้งอาจทำให้คนขับกังวลใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยของตัวคนขับเองหรือคนที่คุณรัก นอกจากนั้นการทำประกันภัยรถยนต์จะช่วยแบ่งเบาภาระของคนขับเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ ทำให้คุณสามารถขับรถได้อย่างสบายใจไม่กังวล

โดยเฉลี่ยแล้วผู้เอาประกันรถยนต์หนึ่งคนจะทำเรื่องเพื่อขอเคลมประกันหนึ่งครั้งในทุกสามปี และหนึ่งครั้งที่เป็นอุบัติเหตุที่มีค่าความเสียหายมากในทุกสิบปี บางท่านก็อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า ก็คงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยตามที่กล่าวมาแล้ว แต่หาก ท่านมั่นใจว่าจะตั้งใจขับรถด้วยความไม่ประมาท แล้วท่านก็ไม่ต้องใช้รถบ่อยนัก ไม่ต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงในเวลาขับรถภาวะเสี่ยงที่ว่าก็เช่น บ้านอยู่ห่างกับที่ทำงานต้องขับรถไกล หรือต้องทำงานหนัก เหนื่อยมากทุกวันตอนขับรถกลับบ้านแอบเผลอหลับตอนติดไฟแดง เหล่านี้ลองคิดถึงส่วนหักลดที่ผู้เอาประกันยอมจ่ายเองเวลาที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็น 2,000 บาท หรือ 5,000 บาท ที่จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันลงไปได้มากทีเดียว

ก่อนซื้อประกันภัยรถยนต์

1.เลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์ เนื่องจากต้องใช้ประกันภัยรถยนต์อย่างน้อย 1 ปี จะเลือกทำประกันภัยรถยนต์นั้นต้องเลือกให้ดีๆหน่อย มีบริการหลังการขายดีและมีศูนย์บริการอย่างทั่วถึง และคุ้มค่ากับความคุ้มครองที่จะได้รับผลประโยชน์ด้วย
2.เลือกแบบประกันภัยรถยนต์ อย่างแรกที่ควรคำนึงถึงคือ ดูตัวเองว่าขับรถเสี่ยงแค่ไหนแล้วเลือกประกันภัยรถยนต์ประเภทที่ให้ความคุ้มครองและราคาเบี้ยประกันที่เหมาะกับตัวเอง
3.เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ โดยการโทรถามราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์จากบริษัทประกันที่สนใจ เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรถ เพราะเบี้ยประกันรถยนต์จะถูกหรือแพงก็คิดจากข้อมูลส่วนนี้
4.ตัดสินใจเลือกประกันภัยรถยนต์ หลังจากเอาข้อเสนอของบริษัทประกันภัยรถยนต์แต่ละที่มาเปรียบเทียบดูแล้ว จะต้องดูราคาเบี้ยประกันรถยนต์และทุนประกันเป็นหลักก่อน

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged | Comments Off

ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยปัจจุบันมีทั้งบริษัทฯต่างชาติและบริษัทฯ ที่มีธุรกิจที่เอื้อประโยชน์

23

ปัจจุบันเพื่อนๆ ผู้ใช้รถยนต์โดยทั่วๆไป ที่ทำประกันภัยรถยนต์ แล้วคงไม่อยากจะเจอ กับพนักงานเคลมของ บริษัทฯประกันภัย เป็นแน่แท้ เพราะถ้าเจอแล้วบางท่านที่ไม่มีประสบการณ์ตอนรถชนกัน อาจไม่ทราบเลยว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร จึงจะถูกต้องซึ่งผู้เขียนใคร่ ขออธิบายให้ท่านทราบ ถึงลักษณะของอุบัติเหตุ ตามอาชีพที่พวกเราเรียกเขาว่า พนักงานเคลม ก่อนว่าโดยทั่วๆไปแล้วคนในอาชีพเคลม ปัจจุบันเพื่อนๆ ผู้ใช้รถยนต์โดยทั่วๆไป ที่ทำประกันภัยรถยนต์ แล้วคงไม่อยากจะเจอ กับพนักงานเคลมของ บริษัทฯประกันภัย เป็นแน่แท้ เพราะถ้าเจอแล้วบางท่านที่ไม่มีประสบการณ์ตอนรถชนกัน อาจไม่ทราบเลยว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร จึงจะถูกต้องซึ่งผู้เขียนใคร่ ขออธิบายให้ท่านทราบ ถึงลักษณะของอุบัติเหตุ ตามอาชีพที่พวกเราเรียกเขาว่า พนักงานเคลม ก่อนว่าโดยทั่วๆไปแล้วคนในอาชีพเคลม

ซึ่งในภาคธุรกิจประกันวินาศภัย ปัจจุบันมีทั้งบริษัทฯต่างชาติและบริษัทฯ ที่มีธุรกิจที่เอื้อประโยชน์กันเข้าแข่งขันในการครองตลาดรถอยู่มาก ผู้บริโภคจึงไม่อาจจะเลือก โดยเสรีทางความคิดได้หมด เพราะส่วนมากไฟแนซ์ก็เป็นผู้เกือบจะบังคับให้ตามโปรแกรมการขาย ซะเป็นส่วนมาก จึงไม่รู้เลยว่า บริษัทประกันภัย ที่เขาเลือกให้เรานั้น ได้มาตราฐานหรือจัดให้ตามประโยชน์ที่ เซลขายรถหรือมารเก็ตติ้งของไฟแนนซ์ จะได้รับพนักงานเคลมมีหน้าที่ออก ตรวจสอบอุบัติเหตุ โดยเร็วที่สุดและบันทึก รายงาน ถ่ายภาพ ที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบรูณ์ที่สุด เพื่อเข้าเป็นรายงานแฟ้มอุบัติเหตุต่างๆ นี่ก็คือ หน้าที่หลักโดยทั่วไป ซึ่งจากสถิติการเกิดเหตุ โดยทั่วๆไปแล้ว เรื่องที่จะมีปัญหากับท่านผู้อ่านก็คือ แจ้งเคลมแห้ง เพราะในสัญญาประกันภัย ได้ระบุไว้ว่าหากเกิดเหตุไม่ทราบคู่กรณี ท่านก็จะต้องถูกเก็บค่าเงื่อนไขไม่ทราบคู่กรณี ยกเว้น เสียแต่ว่าท่านจะพิสูจน์ให้บริษัทฯประกันทราบว่า ท่านไม่ได้เป็นฝ่ายถูกละเมิด(ฝ่ายถูก)จากผู้อื่นแล้วไปเรียกเก็บ ค่าเสียหายเข้ากระเป๋าของตนซะเองไปแล้ว

ฉะนั้นเวลารถฯของท่านเสียหายไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตามท่านจะต้องโทรศัพท์ แจ้งเหตุไปที่บริษัทฯประกันในทันทีและต้อง ขอหมายเลขรับแจ้งและชื่อสกุลของพนักงานรับแจ้ง ไว้เป็นหลักฐานด้วยทุกครั้งเพราะพนักงานรับแจ้งเหตุ นั้นจะช่วยแนะนำท่าน ในสิ่งที่ท่านจะต้องทำต่อไปเช่น  ถูกชนแล้วหลบหนีไปต่อหน้าต่อตาจะทำอย่างไรทะเบียนรถที่ชนก็จำไม่ได้อีกซะเลย เป็นต้นพนักงานเคลม บางท่านจะนำประโยชน์ในสัญญาประกันภัย มาเก็บค่าเงื่อนไขท่านซึ่งหากท่านคิดว่าจ่ายไปด้วยความถูกต้องแล้วก็ควร ขอใบเสร็จรับเงิน จากบริษัทฯที่ท่านทำประกันไว้เป็นหลักฐานด้วยทุกครั้ง

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Comments Off