จับตาธุรกิจประกันมาแรง

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจประกันได้เติบโตอย่างรวดเร็ว จากการที่ผู้คนให้ความสำคัญของการมีประกันคุ้มครองและการออมมากเพื่ออนาคตมากขึ้น ทำให้มีผลิตภัณฑ์ประกันใหม่ๆ และช่องทางการขายที่เข้าถึงได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแรงผลักดันของภาครัฐที่ให้สิทธิประโยชน์การลดหย่อนทางภาษีจากเบี้ยประกันชีวิต

ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในช่วงหลังที่ทำให้ธุรกิจประกันขยายตัวไปสู่ภาคประชาชนได้มากขึ้น ธุรกิจประกันภัยแบ่งได้เป็นสองกลุ่มหลักๆ คือ ธุรกิจประกันชีวิต (Life insurance) และธุรกิจประกันวินาศภัย (Non-life insurance) โดยภาพรวมธุรกิจประกันทั้งสองประเภทนี้ มีแนวโน้มจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจประกันชีวิต ยังมีโอกาสโตได้อีกมาก เนื่องจากสัดส่วนการถือครองกรมธรรม์ของคนไทยยังน้อยมาก คือมีเพียง 30% จากประชากรทั้งประเทศ ในขณะที่ญี่ปุ่นมีอัตราส่วนการถือครองกรมธรรม์มากกว่า 100% (หมายความว่าคนญี่ปุ่นหนึ่งคนถือครองกรมธรรม์มากกว่าหนึ่งฉบับ) ทั้งนี้ สมาคมประกันชีวิต ได้ตั้ง เป้าหมายว่า ภายในปี 2558 จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 40%

ในด้านค่าเฉลี่ยเบี้ยประกันชีวิตต่อหัว (premium per capita) ของคนไทยนั้นอยู่ที่ประมาณ 3,600 บาท ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยของชาวมาเลเซีย และน้อยกว่าหนึ่งในสิบของค่าเฉลี่ยของคนฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์ ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจประกันชีวิตยังมีช่องทางให้โตได้อีกมาก โดยรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้นของคนไทยจะเป็นปัจจัยหลักของความต้องการเรื่องประกันชีวิต ซึ่งนอกจากจะได้รับประโยชน์โดยตรงเรื่องการคุ้มครองชีวิตแล้ว ยังเป็นการออมและการลดหย่อนภาษีอีกด้วย

ตลาดประกันชีวิตวันนี้ได้เปลี่ยนจากแต่ก่อนค่อนข้างมาก มีการปรับรูปแบบกรมธรรม์ให้เข้าใจง่าย และจูงใจมากขึ้น ทั้งในเรื่องรายละเอียดการคุ้มครองกับช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีการ Cross Sell โดยเฉพาะการใช้ช่องทางขายผ่านธนาคาร หรือแบงก์แอสชัวรันส์ (bancassurance) ที่มีส่วนทำให้ตลาดนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้แบงก์แอสชัวรันส์กลายเป็นช่องทางขายประกันชีวิตมากที่สุด มากกว่าการขายผ่านตัวแทนซึ่งเคยเป็นช่องทางหลัก แบงก์แอสชัวรันส์มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% ส่วนการขายผ่านตัวแทนมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 30%

ธุรกิจประกันวินาศภัย แบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันทางภัยทางทะเลและขนส่ง และประกันภัยเบ็ดเตล็ดที่ครอบคลุมประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยสุขภาพ และประกันภัยความเสี่ยงเชิงทรัพย์สิน ในปีนี้ประกันภัยรถยนต์จะเติบโตอย่างมากจากยอดขายรถยนต์ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนประกันภัยเบ็ดเตล็ดก็มีแนวโน้มที่จะมีอัตราการโตมากที่สุดจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ประเภทประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและประกันภัยสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้น

นอกจากนี้ การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ก็จะมีผลกระทบโดยตรงกับ อุตสาหกรรมประกัน โดยหลักเกณฑ์สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทประกันภัยจะเพิ่มเพดานจากเดิมไม่เกิน 25% เป็นไม่เกิน 49% ในขณะที่ประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่ของธุรกิจประกันที่ต่างชาติต้องการเข้ามามีส่วนแบ่ง เนื่องจากมีอัตราการเติบโตในอัตราที่สูงมาก และยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันเรามีบริษัทประกันวินาศภัยมากถึงกว่า 60 บริษัท

การแข่งขันที่จะสูงขึ้นนี้ จะทำให้บริษัทขนาดเล็กที่มีเงินทุนน้อยกว่าและต้นทุนการบริหารที่สูงกว่าจะต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด หรือไม่ก็ล้มหายจายจากไป และภายในอุตสาหกรรมจะมีการควบรวมกิจการกับสร้างพันธมิตรกันมากขึ้น

บริษัทที่ยืนหยัดฝ่ามรสุมการแข่งขันครั้งนี้ได้ จะเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการมากยิ่งขึ้น และจะเป็นบริษัทที่มีอนาคตที่ดี

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged , | Comments Off

ประกันรถยนต์คนใช้รถต้องรู้และมีความสำคัญมาก

เรื่องหนึ่งที่ทุกคนต้องคำนึงถึงเมื่อจะซื้อรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ คงหนีไม่พ้นประกันรถยนต์ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะกฏหมายของบ้านเราบังคับให้ผู้ที่ครอบครองยานพาหนะที่ใช้สัญจรบนท้องถนนต้องทำประกันภัย แต่หลายคนอาจมองว่า ทำไมต้องทำประกันภัยกันล่ะ และอาจยังไม่รู้ว่าประกันรถยนต์ในปัจจุบันมีกี่แบบ ให้ความคุ้มครองแบบไหนอย่างไรบ้าง ขอนำเสนอเรื่องราวของประกันรถยนต์แบบต่าง ๆ ที่คนรักรถจำเป็นต้องรู้

ทำไมต้องทำประกันรถยนต์
กฏหมายไทยบังคับให้ผู้ใช้รถทุกคันทุกประเภทต้องทำประกันภัยอย่างน้อยที่สุดคือ การทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1. เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยจากรถที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพราะเหตุประสบภัยจากรถโดยให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงทีกรณีบาดเจ็บ หรือช่วยเป็นค่าปลงศพกรณีเสียชีวิต
2. เป็นหลักประกันให้กับโรงพยาบาล / สถานพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาล ในการรับรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยจากรถ
3. เป็นสวัสดิสงเคราะห์ที่รัฐมอบให้แก่ประชาชนผู้ได้รับความเสียหาย เพราะเหตุประสบภัยจากรถ
4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้การประกันภัยเข้ามามีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือนร้อน แก่ผู้ประสบภัยและครอบครัว

การทำประกันรถยนต์ ถือเป็นวิธีบริการทรัพย์สินวิธีหนึ่งเช่นกัน เพราะถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อแลกกับความคุ้มครองของผู้เอาประกัน จากความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์นั่นเอง แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ แต่สามารถลดจำนวนเงินค่าชดเชย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถยนต์ได้ เป็นต้น ดังนั้น การศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความคุ้มครองให้ถี่ถ้วนก่อนตกลงใจซื้อประกันจากบริษัทใดก็ตามนั้นเป็นสิ่งทีสำคัญที่สุด เพื่อเป็นการทำให้ผู้ซื้อมั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าสูงสุดสำหรับตนเอง และ สำหรับคนในครอบครัว

ผลประโยชน์อีกอย่างที่จะได้รับจากการมีประกันอุบัติเหตุ ก็คือ ผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้เอาประกันนั่นเอง การทำประกันสามารถเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องใช้รถยนต์ แต่ว่ามีเงินเดือนน้อย และต้องผ่อนค่ารถยนต์นั้นเอง ผู้ขายรถยนต์สามารถให้ผู้ซื้อรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์ แล้วยกผลประโยชน์ของกรมธรรม์ฉบับนั้นให้แก่ผู้ขายรถ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เอาประกันด้วย ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขายจะได้รับผลประโยชน์จากการประกัน ในขณะที่ผู้ขับขี่ก็สามารถได้รับผลประโยชน์จากการประกันด้านค่าใช้จ่ายหากต้องใช้บริการสถานพยาบาล กรณีมีผู้บาดเจ็บ ค่าชดเชยสินไหม และค่าซ่อมรถยนต์ด้วย

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged | Comments Off

ข้อดีและข้อเสียของการทำประกันภัยรถยนต์


การทำประกันภัยรถยนต์นั้นเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดในการบริหารทรัพย์สิน เพราะว่าเป็นทางเลือกหลักที่จะช่วยลดความสูญเสียสาเหตุจากอุบัติภัยที่อาจเกิดต่อรถของผู้เอาประกัน การทำประกันรถยนต์นั้นไม่ได้เป็นเหตุให้ความเสี่ยงต่อ การสูญเสียลดลง แต่การประกันภัยรถยนต์จะช่วยชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนั้นการวางแผนและบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจาก อุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาซึ่งนำความสูญเสียทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน การทำประกันภัย รถยนต์เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความสูญเสียด้วยการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
ข้อดีของการทำประกันภัยรถยนต์ที่ควรทราบ
1.ผู้ประสบภัยจากรถยนต์ไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อน เนื่องจากระบบมีเอกภาพในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลซึ่งจะเป็นไปในแนวทางเดียวกันหมด โดยทำให้ผู้ประสบภัยจากรถยนต์นั้นไม่เจอปัญหาในเรื่องของการเบิกค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับอย่างล่าช้าหรือไม่ได้รับสิทธิตามที่ควรจะเป็น
2.สามารถช่วยลดภาระกองทุนประกันสุขภาพอื่นๆที่พึ่งภาษีซึ่งผู้ประสบภัยจากรถยนต์ไม่ต้องทำเรื่องในการเบิกเอง โดยปัญหาที่ผู้ประสบภัยจากรถยนต์เลี่ยงไปใช้สิทธิประกันสุขภาพอื่น
3.ผู้ประสบภัยจากรถยนต์มีสิทธิได้รับค่าเสียหายโดยเท่ากันทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก รวมไปถึงคู่กรณี
4.แนวในการตรวจสอบเอกสารและการจ่ายเงินเป็นแบบเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งในเรื่องของสถานพยาบาลและผู้ประสบภัยสามารถที่จะยื่นคำร้องขอรับเงินค่าเสียหายได้สะดวกมากขึ้น
5.เพื่อช่วยในเรื่องของการลดปัญหาที่อาจเกิดจากการรอผลพิสูจน์ความผิดทางกฎหมาย โดยที่มีกองทุนฯทำหน้าที่จ่ายค่าเสียหายแต่เพียงผู้เดียวที่สามารถขจัดเงื่อนไขในการขอรับค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องกับผลพิสูจน์ความผิดทางกฎหมาย
ข้อเสียของการทำประกันภัยรถยนต์ที่ควรทราบ
1.การประกันภาคบังคับนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประกันภัยเท่านั้นและมีสัดส่วนของเบี้ยค่อนข้างต่ำ
2.สามารถให้ความคุ้มครองดูแลเพียงแค่ในระดับหนึ่ง อย่างเช่น กรณีที่ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียชีวิตและอวัยวะ ทุพพลภาพ เป็นต้น ในส่วนของความเสียหายที่เกิดต่อทรัพย์สินนั้นจะสามารถให้ความคุ้มครองได้ในกรณีที่เจ้าของรถยนต์ทำประกันภัยภาคสมัครใจ
จะเห็นได้ว่าการทำประกันภัยรถยตน์นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ทางที่ดีควรจะศึกษาข้อมูลเกี่ยกับการทำประกันภัยรถยนต์ให้อย่าละเอียดก่อน ว่าควรจะทำประกันภัยรถยนต์ในรูปแบบใด เพื่อจะทำให้ได้รับผลประโยชน์เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged | Comments Off

ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์อีกทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้รถ

คุณคงเป็นอีกหนึ่งในผู้ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางเป็นประจำ และสำหรับบางคนแล้วเวลาที่อยู่บนท้องถนนนั้นอาจจะมากกว่าเวลานอนเสียอีก ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคุณต้องรับความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มากเท่าไร ทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถรองรับกับความเสี่ยงนี้ได้ นั่นก็คือ การประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเป็นการทำประกันภัยที่หลายๆ คนคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากประกันภัยเสมือนเป็นปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่งของผู้ที่มีรถทุกคนควร จะต้องมี นั่นอาจเป็นเพราะเราได้พบเห็นการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่มีอยู่ทุกวัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว

จริงอยู่ว่าการทำประกันภัยรถยนต์คงไม่สามารถจะป้องกันจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ แต่การทำประกันภัยรถยนต์ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายจากความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ และที่สำคัญจะให้คุณปลอดความกังวลใจ และอุ่นใจได้ว่า หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คุณจะมีผู้ช่วยจัดการกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งจะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ อีกด้วย

ปัจจุบันได้มีประกันภัยรถยนต์รูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมาในท้องตลาดมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งให้ความคุ้มครองและมีเงื่อนไขต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป และที่แตกต่างจากการประกันภัยรถยนต์ประเภท 1, 2, 3, และ 4 ที่กล่าวมาข้างต้น จะถูกรวมเรียกว่าประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 แต่ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะนิยมเรียก ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 นี้ว่า ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ บ้าง…ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ บ้าง หรืออาจเป็นชื่อทางการตลาดอื่นๆ ซึ่งอาจสร้างความสับสนให้แก่หลายคน ทั้งนี้ จึงควรจะตรวจดูรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ให้ชัดเจน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเราเอง

เทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกซื้อ ประกันภัยรถยนต์
ทุกคนที่มีใช้รถและใช้ถนนต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประกันภัยรถยนต์มีอยู่ด้วยกันหลายบริษัทที่ได้จัดจำหน่าย และให้การคุ้มครอง ดังนั้นผู้ซื้อจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด และถี่ถ้วนเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น และเพื่อให้การตัดสินใจของผู้เอาประกันทั้งหลายไร้ขอกังขาอาจจะใช้หลักการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ในการเลือกซื้อกรมธรรม์ที่เราต้องการ คุ้มค่าต่อการลงทุน
การทำประกันภัยรถยนต์ ถือได้ว่าเป็นการลงทุนไปกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น หรือไม่อาจจะเกิดขึ้นก็ได้ตลอดชีวิต ดังนั้นเงินที่ได้ลงทุนกับประกันจึงไม่มีผลกำไรตอบกลับมาอย่างแน่นอน จึงเป็นสาเหตุทำให้ผู้เอาประกันทั้งหลายตัดสินใจ เลือกแบบที่มีความคุ้มค่าต่อรถของทุกท่านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged , | Comments Off

เปิดเกมรุกธุรกิจประกันรถยนต์เพื่อเดินหน้ายุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์การบริหารสมัยใหม่ที่สามารถบูรณาการทั้งศาสตร์และศิลป์ที่คำนึงถึงการบริหาร การวางแผนและการวิเคราะห์อย่างมีระบบ ให้สามารถปฏิบัติงานไปได้ด้วยความราบรื่นมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล ยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการรวมกลุ่มและพัฒนาในเชิงคุณภาพควบคู่ไปกับการกระจายผลประโยชน์อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในการเป็นพันธมิตรธุรกิจที่ดีภายใต้หลักธรรมาภิบาล สิ่งนี้ที่จะช่วยสร้างและพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ที่พร้อมก้าวสู่ภาวะการแข่งขันและดำรงความได้เปรียบให้กับสมาชิก ตัวแทน และพันธมิตรธุรกิจได้เติบโตไปพร้อมกัน ทั้งผลสำเร็จทางยอดขาย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและกลุ่มผู้มุ่งหวัง

ฉีกแนวคิดเดิมๆของธุรกิจประกัน

ที่มักมองเรื่องความเสี่ยงเป็นปัจจัยแรก เสี่ยงมาก เบี้ยแพงหรือบริษัทประกันอาจไม่รับประกันด้วย โดยพยายามหนีการแข่งขันแบบเดิมๆ เช่น การแข่งขันลดค่าเบี้ย เพิ่มค่านายหน้า ให้ผ่อนชำระ 0% หรือบริการซ่อมอู่ซ่อมห้าง ซึ่งไม่ได้ต่างจากบริษัทอื่นๆ ซึ่งภาพรวมตลาดประกันภัยในปี 2557 คาดว่ามีแนวโน้มการเติบโต 11-13% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาโดยการประกันภัยรถยนต์มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจำนวนรถยนต์จดทะเบียนเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี การเปิดเกมรุกครั้งล่าสุดถือเป็นการเดินหน้ายุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่การปรับโครงสร้างองค์กร โครงสร้างธุรกิจเน้นจับลูกค้ารายย่อยมากขึ้น โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ เนื่องจากมีโอกาสและศักยภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทิศทางการซื้อประกันภัยรถยนต์ของประชาชนจะเปลี่ยนไป

เน้นที่ให้ความคุ้มครองมากขึ้น ส่วนอัตราเบี้ยประกันนั้นจะคิดถึงเป็นปัจจัยรองลงมา สำหรับกลุ่มประกันภัยรถยนต์ที่มีอัตราการแข่งขัน น่าจะเป็นกลุ่มประกันภัย ชั้น 2, 3 เพิ่มความคุ้มครองเรื่องน้ำท่วม การทำตลาดประกันรถยนต์ยังเน้นไปที่ตลาดรถยนต์ป้ายแดงเป็นหลัก ส่วนที่เสริมเข้ามาคือ การเพิ่มตลาดรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้วหลายปี หรือเป็นรถที่นิยมซื้อหรือทำประกันชั้น 2 และ3 โดยได้จัดไว้เป็นกลุ่มประกันแบบ 2 พลัส 3พลัส (2+ 3+) นอกจากนี้ บริษัทยังทำตลาดประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติการขับขี่ที่ดี ครอบคลุมทุกอุบัติเหตุ ทั้งรถชน รถหาย ไฟไหม้ เพราะเป็นประกันภัยชั้น 1 ซึ่งยังประหยัดกว่าประกันภัยขั้น 1 แบบปกติ เปิดกว้างให้กับรถเก่า-ใหม่ ระหว่างอายุ 1-10 ปี ปกติรับประกันภัยชั้น 1 อายุรถระหว่าง 1-7 ปีเท่านั้น และที่เป็นจุดขายคือคุ้มครองความเสียหายจากภัยก่อการร้าย

นอกจากการได้ซื้อประกันรถราคาประหยัดแล้ว ประกันภัยยังมอบความคุ้มครองที่ดีที่สุดให้กับรถยนต์ใหม่ทุกคันอีกด้วย โดยทุ่มเทการทำงานอย่างหนักร่วมกับบริษัทประกันภัยที่เป็นพันธมิตร เพื่อนำเสนอประกันภัยรถยนต์ที่มีความหลากหลาย และสามารถปรับเลือกได้ตามความต้องการ โดยการนำเสนอเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่านั้นไม่ได้เกิดจากการลดเงื่อนไขความคุ้มครองหรือลดระดับการให้บริการ แต่เกิดจากการที่ได้ร่วมมือกันออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยและนำเสนอวิธีการซื้อประกันภัยที่ฉลาดกว่าผ่านระบบออนไลน์ให้กับลูกค้าเพื่อให้ทุกท่านได้รับเบี้ยที่ถูกกว่า

Posted in เรื่องน่ารู้ประกันภัยรถยนต์ | Tagged , , | Comments Off